The Reader review.

posted on 19 Feb 2009 19:15 by kawpevensie

ผมได้มีโอกาสไปดู The Reader ที่ Paragon มาครับ ....ไม่อยากพล่ามแล้ว  เดี๋ยวที่นึกๆจำมาจากหนังมันจะลืมม...ฮ่าๆ

เอาเป็นว่า รีวิวนี้จะแปลกจากที่เคยทำจากหนังเรื่องอื่นๆ (ผมเขียนรีวิวหลายอย่างนะ  แต่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง  เว็บโน้นบ้างเว็บนี้บ้าง)  แต่สำหรับ The Reader... หนังสือผมให้ 10/10  สำหรับภาพยนตร์ ผมให้ 8.5/10

ก้ำกึ่งอยู่ว่าจะให้ 8 หรือ 9 แต่ที่หักคะแนนไม่ใช่เพราะว่าหนังสือสปอยล์หนังหมดแล้วนะ  ผมอ่านหนังสือเพื่อจะไปจับผิดบทภาพยนตร์ (Adapted Screenplay) นั่นแหละ  แล้วที่หัก ...ก็คือบทภาพยนตร์

Spoiler Alert!!!

The Story

เรื่องราวของ The Reader เป็นเรื่องราวที่สวยงามเรื่องหนึ่งทีเดียว  เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ป่วยเป็นไข้อีดำอีแดง  พานพบกับหญิงสาวที่ช่วยชีวิตเขาไว้  แล้วหลังจากที่เจอเธออีกครั้งก็เกิดความสัมพันธ์ต่อกันที่เด็กหนุ่มถอนตัวไม่ขึ้น  ส่วนหญิงสาวชื่อ ฮันนาห์ มีปริศนามืดมนเก็บไว้ในตัว  และเป็นความอับอายที่ไม่สามารถเปิดเผยออกมาได้  แต่ท้ายสุดแล้วมันเป็นทางเลือกของเธอเอง 

ตอนอ่านหนังสือ  รู้สึกว่ามันเผยด้านลึกของจิตใจมนุษย์ในส่วนของความลุ่นหลงมัวเมา  หนังถ่ายทอดออกมาได้ดี เก็บทุกเม็ด   ไม่มีปัญหา   หนังสือรักษาจิตวิญญาณของหนังได้ดี ฉากหลายๆฉากในหนังสือไม่หลุดหาย  แต่ที่ขัดใจมากๆๆๆๆ  คือ  ทีมงานตัดฉากสำคัญฉากหนึ่งออก  ฉากทานอาหารระหว่างไมเคิลกับฮันนาห์ที่บ้านของไมเคิลเอง  ฉากนั้นเป็นฉากที่ฮันนาห์สำรวจห้องของพ่อไมเคิล  แล้วในนั้นมีชั้นหนังสือเต็ไปหมด  ฮันนาห์มีความหมายมากในฉากนั้น  เธอสำรวจหนังสือแต่ละเล่ม  แล้วจู่ๆกไปยืนคิดอยู่คนเดียวที่ริมหน้าต่าง ไมเคิลเห็นภาพนี้  ซึ่งแสดงถึงความโดดเดี่ยวหงอยเหงาของฮันนาห์  ผมเห็นภาพ promotional still ของฉากนี้ครับ  แต่ในหนังไม่มี  โกรธสุดๆ

และนั่นก็เป็นข้อบกพร่องตอนหนึ่งของบทภาพยนตร์  และบทยังไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์รายละเอียดทุกเม็ดออกมาได้หมด  ที่พลาดไปอีกอย่างคือ  ความห่างเหินของไมเคิลกับฮันนาห์  ที่ยังคลุมเครือจนคนที่ไม่อ่านหนังสืออาจจะแอบงงก่อนจะนึกได้ภายหลัง  และการพูดคุยของไมเคิลกับพ่อ  เรื่องการตัดสินใจช่วยฮันนาห์  ถูกตัดออกซะอย่างนั้น  เพราะฉากสนทนาระหว่างไมเคิลและพ่อ  ทำให้เราเข้าใจไมเคิลมากขึ้น  แถมตอนท้ายเรื่องไมเคิลกลับยังทำเฉยชากับฮันนาห์  ทั้งๆที่ควรจะดีกันได้แล้ว นึกได้แล้ว  ฉากโรงอาหารที่คุยกับฮันนาห์ (ตอนชรา)  ในหนังสือเขาสวมกอดกันอย่างคิดถึง  แต่ในหนัง.....มันกลับหายไป  โกรธสุดๆอีกรอบ

Best Actress.

Kate Winslet ทรงพลังมากตั้งแต่ต้นจนจบ  ใบหน้าเศร้าสร้อยช่างดูเหมือนเป็นฮันนาห์มาก  บอกตรงๆว่าผมประทับใจกับเคทมากใน Revolutionary Road แล้วคิดว่า The Reader....จะดีกว่าแน่หรอ... กลายเป็นว่าพอดูจบ ผมชอบ Kate ใน The Reader มากกว่าในหลายๆด้าน  ผมขนลุกอยู่หลายฉาก  ฉากโปรดคงจะเป็นตอนที่เราจะได้เห็นความลึกซึ้งของคาแรกเตอร์ฮันนาห์คือตอนไมเคิลอ่านวรรณกรรมให้ฮันนาห์ฟังแล้วฝ่ายหญิงร้องไห้ (แอบน่ารัก) กับฉากร้องไห้ในโบสถ์  ที่เห็นเด็กๆกำลังร้องประสานเสียง (ผมสังเกตอยู่คนเดียวหรือเปล่าไม่รู้  แต่ตอนที่ฮันนาห์เดินเข้าโบสถ์มันเป็นท่าเดินที่ไร้เดียงสา และเหมือนคนเพิ่งได้สัมผัสโลกภายนอก แล้วที่ฮันนาห์ร้องไห้เพราะเธอได้รับความสุขที่ฟังเพลงประสานเสียงกับความอับอายของความลับตัวเอง) สองฉากนี้แสดงความถึงสันโดษและเปล่าเปลี่ยวในชีวิตฮันนาห์ได้ดี  ยังมีฉากโต้ตอบอารมณ์กับผู้พิพากษาเรื่อง "ทำไมคุณไม่เปิดประตูโบสถ์" (การโต้ตอบอันอับจนหนทาง) อีกฉากคือ  "การตัดสินโทษ" ของฮันนาห์  (ชะตาชีวิตที่หมดลงของโลกภายนอก)  น้ำเสียงสีหน้าตอนที่ฟังคำตัดสินมันจับใจมากจนกระพริบตาไม่ได้ 

ยังมีอีกครับ  ฉากที่ใช้เวลาในคุกกับการฝึกอ่านเขียน... เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของฮันนาห์ คือ....ตลอดชีวิตเธอต้องการที่จะปกปิดความลับตัวเองไว้อย่างนั้น เพราะมันเป็นความอับอายแบบที่สังคมไม่ยอมรับ (เราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันคนไม่รู้หนังสือทำให้ประเทศชาติไม่เจริญก้าวหน้า)  แต่การที่ฮันนาห์ตัดสินใจเรียนอ่านเขียนผ่านเทปอ่านวรรณกรรมของไมเคิลที่ส่งมาให้ฟัง  เธอจึงตัดสินใจเพราะมันเป็นทางเดียวที่จะได้ติดต่อกับไมเคิล (ชีวิตเธอไม่มีใครอีกแล้ว)  และนั่นส่งผลถึงการเข้าคุกของเธอคับบ....มันมีข้อสรุปที่ลงตัวอยู่...ตรงที่ว่า

ผู้พิพากษาบอกให้ฮันนาพิสูจน์ลายมือโดยการเขียนลายมือตัวเองในห้องพิจารณาเพื่อเทียบกับหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะจับพวกยามหญิงเข้าคุก  ตอนนั้นพวกจำเลยโยนโทษให้ฮันนาห์รับ  ผู้ซึ่งไม่มีทางเลือก  เราจะได้เห็นสีหน้าอันตื่นตะหนกของฮันนาห์ (ผมนับถือการแสดงของเคทในฉากนั้นมาก)  เธอไม่รู้จะทำยังไง  อับจนหนทาง เธอใช้เวลาคิดอยู่พักหนึ่ง (+กับอึ้ง)   ทันใดนั้นเธอก็ตัดสินใจที่จะบอกว่า "ไม่จำเป็นที่จะพิสูจน์ลายมือหรอก....ฉันเป็นคนเขียนมันเอง"....เธอได้เลือกแล้วครับบ....เลือกที่จะอยู่ในคุก และรักษาความลับเอาไว้ ไถ่บาปกับที่เธอทำกับพวกผู้หญิงที่ตายจากไฟครอกที่โบสถ์  และเพราะเธอไม่มีใครรออยู่ในอนาคต (เธอไม่มั่นใจว่าความสัมพันธ์กับไมเคิลยังเหมือนเดิมอยู่) เธอจึงเลือกที่จะอยู่อย่าง "สันโดษ"  บนวิถีชีวิตใหม่ที่เธอเลือกเอง....ในคุก....และบทสรุปก็มากพอ  ในเมื่อในตอนท้ายเฉลยว่า "เธอฆ่าตัวตาย" เพราะเธอไม่มีความคิดที่อยากจะออกจากคุก....  เราจะเห็นได้ว่า พัสดีหญิงบอกไมเคิลในฉากนั้น

ด้วยบทสรุปทั้งหมดของชะตาชีวิตฮันนาห์....และเรื่องราวที่ร้อยเรียงเป็นคาแรกเตอร์ตัวนี้ได้อย่างสวยงาม....จึงส่งผลต่อการแสดงของ Kate Winslet อย่างน่าทึ่ง ...เป็น Best Actress ตัวจริงของปีนี้ได้ไม่ยาก  ถึงแม้จะมีข้อขัดแย้งเรื่องระหว่าง Revolutionary Road กับ The Reader เธอดีกว่าในเรื่องไหน...

ผมก็ยังตอบไม่ได้อ่ะ - -" บอกได้แค่ว่า  พอดู The Reader จบ ผมยังอึ้งกับ Kate อยู่ แล้วระหว่างดูขนลุกหลายฉาก  ผมว่า Oscar อาจจะถูกที่เขี่ยเคทจาก Revolutionary Road เพราะความทรงพลังกว่าจากอีกเรื่อง  แต่ถ้าเขาไม่ตั้งกฏห้ามนักแสดงคนเดียวกันชิงในสาขาเดียวกัน  ผมว่าเคทคงได้ชิงจากทั้งสองเรื่องแน่นอน

แต่.....มันสูสีกันมากนะทั้งเคทใน the reader กับ revolutionary road ตอนแรกคิดว่าเคทดีกว่าใน the reader....คิดไปคิดมา....จะกลายเป็น revolutionary road อีกแล้ว....บอกไม่ถูกว่าทำไม.... แต่ทั้งสองเรื่องเคทเล่นเป็นอะไรที่แตกต่างจากตัวเองมากๆ

 

Nudity

เอ่ออ....ผมเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับฉากเรทในหนังมาเต็มที่แล้วล่ะ  คือผมอ่ะรับได้นะ แต่คนในโรงอาจจะรับไม่ได้.....

ช่วงสงครามโลกผมเคยได้ยินว่าพวกผู้คนเค้า "เปิดเผย" กันมากพอสมควร  แล้วในหนังสือมันก็บรรยายไว้ทำนองนี้ ว่าไมเคิลกับฮันนาห์เมคเลิฟกันเป็นพิธีกรรม (ไมเคิลจะอ่านหนังสือ ก่อนจะมีอะไรกัน) ผมว่าในหนังก็อัดเนื้อหาส่วนนี้ไว้พอดีอยู่นะ  ผมน่ะไม่มีปัญหาหรอก  มันเป็นฮันนาห์กับไมเคิลที่โป๊  ไม่ใช่เคทกับเดวิด ครอสสที่โป๊.....คือถ้าเค้าจะเล่นหนังเอาแต่โป๊กันรวดเดียว  ผมว่าน้ำตา....สีหน้า...อารมณ์....ในฉากอื่นๆคงไม่ออกมาเยี่ยมแบบนี้หรอก  เพราะนักแสดงเขาไม่ได้ขายฉากเรทกัน 

ผมว่าคนไทยหลายคนคงรู้สึกแย่กับ Kate Winslet แล้วล่ะ....บางทีผมอาจจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนหรือคนเดียวที่เข้าใจตัวนักแสดงและบทภาพยนตร์ล่ะมั้ง....แล้วนักข่าวเคยสัมภาษณ์เคทว่า  ถ่ายฉากนู้ดเป็นยังไง  ก็ได้รับคำตอบสั้นๆได้ใจความ จบไม่ต้องถามต่อว่า "มันก็เหมือนกับการถ่ายฉากอื่นๆล่ะค่ะ"

เป็นเรื่องธรรมดาในภาพยนตร์ซักเรื่องครับ.....มนุษย์คนไหนเขาไม่โป๊กันบ้าง....อาบน้ำจะให้ใส่เสื้อผ้าติดเนื้อติดตัวอยู่อย่างนั้น???....เมคเลิฟกันจะให้เสื้อผ้าติดตัวยังงั้น???.... ภาพที่ออกมามันไม่ใช่หนังเอ็กซ์ที่ขายตามแหล่งเถื่อนๆครับ  นั่นแหละความแตกต่าง

แต่เข้าใจเรื่องวัฒนธรรมครับบ  ....ของตะวันตกเค้าไม่แปลกหรอกจะโชว์เนื้อตัวกัน  หลายคนได้เข้าชิงออสการ์ซะเยอะไป ....เห็นมากกว่านี้ก็เคย  ....ผมถึงรับได้....

สรุปอย่างที่บอกครับ  ผมให้ 8.5  ตอนแรกจะให้ 8 ก็น้อยไปหน่อยสำหรับดีกรี "ผู้เข้าชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม" ของออสการ์  9 ก็มากไปหน่อยที่ให้อภัยจุดบอดของหนัง.... โดยรวมผมรู้สึกว่าคุ้มครับ  หนังทำดีทีเดียว แถมการแสดงในเรื่องดีซะขนาดนี้....ผมเลยให้คะแนนได้พอยุติธรรมหน่อย เหอะๆ

แต่ถึงยังไง....ผมเริ่มมีความรู้สึกแปลกๆแล้วว่า Kate อาจจะไม่ได้ออสการ์ปีนี้  คือปีนี้มันปัทองของเคทแหละนะ  แต่ออสการ์เคยหาม้ามืดมาเสียบเต็งหนึ่งหลายรอบแล้ว  อีกอย่าง....นี่ไม่ใช่เรื่องที่ดีที่สุดของเคทครับ  ผมกล้ายืนยัน  เพราะ The Reader อาจจะให้ได้มากแค่อันดับสองสำหรับผมและหลายๆคน แต่อันดับหนึ่งของเคทตอนนี้ยังเป็น Eternal Sunshine of the Spotless Mind ครับ  ไม่ได้จนลุกหรืออะไร  แต่อึ้งและ บทบาท Clemantine มันยอดเยี่ยมมาก ....  ไม่แปลกใจที่บทนี้ของเคทติดอันดับ 81 จาก 100  ...บทบาทที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการฮอลลีวู้ด....  คือถ้าได้ออสการ์จาก The Reader.... แล้วเคทไม่สมควรได้จาก เรื่องนั้นมากกว่าหรอกหรอ?

 

แต่ถึงจะไม่ใช่ปีนี้  อนาคตก็ยังไกลครับ  เพราะเจ้าตัวได้เดินตามรอยเจ้าป้า Meryl Streep แล้ว 

โปรแกรมหน้าอาจจะเป็น Milk ครับ  Sean Penn มาแล้ววววววว...... Slumdog Millionair ก็จะพยายามไม่พลาด  แต่รู้สึกเดือนนี้ดูหนังมากไปและ  - -"

 

 

edit @ 19 Feb 2009 21:48:16 by \Teddy Hamilton/

edit @ 20 Feb 2009 09:08:02 by \Teddy Hamilton/

Anna Popplewell attended The Duchess premiere

posted on 05 Sep 2008 21:58 by kawpevensie

Anna ไปร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง The Duchess รอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา  เจ้าตัวใส่ชุดสีดำที่เร่าร้อนสุดๆ 55   แต่ใส่แล้วดูดีมาก 

The Duchess เป็นหนังประเทศอังกฤษที่นำแสดงโดยนักแสดงชาวอังกฤษ Keira Knightley กับ Ralph Fiennes (ลอร์ด โวลเดอมอร์)  จากตัวอย่างภาพยนตร์แล้วตัวหนังเองก็น่าดูอยู่ไม่น้อยเลย (ไม่แปลกใจที่แอนนาจะสนใจหนังประเภทนี้อยู่แล้ว  นับตั้งแต่ไป Memoir of Geisha,Tenacious D,Venus  หนังแต่ละเรื่องคุณภาพทั้งนั้น

ที่สำคัญ Anna ยังเป็นเพื่อนกับ Keira ด้วย!!!  นึกไม่ถึงล่ะสิ  สองคนนี้รู้จักกันตั้งแต่ Anna ยังอายุไม่ถึง 15 แล้ว  แล้ว Keira เป็นคล้ายๆพี่สาวที่ Anna ปรึกษาได้  ถึงแม้จะไม่ได้สนิทอะไรกันขนาดนั้น  (ไม่ได้โทรคุยกันอะไร)  Keira ยังแนะนำไม่ให้ Anna ออกจากมหาลัยก่อนจะจบเพื่อทิ้งการเรียนไปแสดงหนัง เพราะ Keira เองตัดสินใจเร็วเกินไปที่ทิ้งการเรียนไปให้โอกาสกับวงการ Hollywood เจ้าตัวบอกเป็นการตัดสินใจที่ผิดมาตลอด จึงแนะนำไม่ให้น้องคนนี้ละทิ้งเรื่องสำคัญอันดับแรก  Anna ก็ยังบอกด้วยว่า  ตัวเองขวนขวานอ่านหนังสือเพื่อให้เรียนได้ดี  จากนั้นจะหาภาพยนตร์เล่นถ้าว่าง  (ช่วงนี้มีสคริปต์หนัง,ละครเวทีส่งมาให้เธอพิจารณาเป็นระยะๆ)

ภาพจากงาน (เน้น Anna)

 

 

 

   ขาวขนาด!!!!  ขาวมากๆ   ขอยืนยันว่าเป็นภาพส่งตรงจากกล้องสื่อมวลชน ปั้ม trademark ของแหล่งที่มาเว็บด้วย

อาทิตย์หน้า Anna จะไปร่วมงาน Nick Kids Choice awards  เจ้าตัวเข้าชิงในสาขา Favourite female star  คู่แข่งคือน้องสาว Georgie Henley (หนูลูซี่จากนาร์เนีย)  Dakota blue Richards จาก The Golden Compass และ Amy Adams จาก Enchanted.

 

A part of Anna Popplewell's beauty

posted on 16 Aug 2008 21:30 by kawpevensie

What make she looks gorgeous?

I can tell you It's not Make-up.

Cuz She doesn't wear make up for every events she attended.

She has her own natural beauty....Which I like.

This is a part of Anna's beauty. What is it?

The answer is....Smile. She is the professional one.

She is my type. Joyfull & Mature.